THA STUDIO / บริการให้เช่าเครื่องเสียง เครื่องดนตรี เวทีและไฟแสงสี Tue, 03 Aug 2021 05:56:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.6.1 /wp-content/uploads/2022/07/cropped-ipstudio-icon-logo-1-32x32.png THA STUDIO / 32 32 ความสำคัญของเครื่องเสียงกลางแจ้งกับงานดนตรี /the-importance-of-instrument-to-sound-equipment/ Thu, 06 May 2021 06:19:01 +0000 /?p=78682 เครื่องเสียงกลางแจ้งไม่ได้ถูกนำมาใช้เฉพาะในงานคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เครื่องเสียงกลางแจ้งยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับกิจกรรมอื่นๆ

The post ความสำคัญของเครื่องเสียงกลางแจ้งกับงานดนตรี appeared first on THA STUDIO.

]]>
ความสำคัญของเครื่องเสียงกลางแจ้งกับงานดนตรี

ถ้าหากคุณเคยไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นกลางลานสนามหญ้าหรือริมทะเล นักดนตรีและเสียงเพลงแทบจะเป็นองค์ประกอบหลัก ๆ ที่จะทำให้คุณได้รับอรรถรสของความสุขได้ รวมไปถึงบรรยากาศภายในงาน แสง สี ต่าง ๆ ทั้งหมดสามารถสร้างความสุขให้แก่คุณได้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญและเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับงานคอนเสิร์ตที่จะสร้างความสุขให้แก่คุณได้ นั่นคือ เครื่องเสียงกลางแจ้ง

เครื่องเสียงกลางแจ้ง (P.A Sound System)

เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งต่องานคอนเสิร์ตเป็นอย่างมาก โดยจะทำหน้าที่กระจายเสียงให้ให้แก่ผู้คนในงานที่มีจำนวนมากให้สามารถได้ยินเสียงดนตรีที่นักดนตรีกำลังบรรเลงอยู่บนเวที หรือกล่าวได้ว่าเครื่องเสียงกลางแจ้งเปรียบเสมือนระบบตัวกลางที่ทำให้นักดนตรีสามารถถ่ายทอดอารมณ์บทเพลงต่าง ๆ ให้แก่ผู้คนที่มารับชมดนตรีในงานคอนเสิร์ตนั่นเอง

            เครื่องเสียงกลางแจ้งจะต้องมีคุณภาพที่ดี เพื่อที่จะถ่ายทอดเสียงออกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสียงเป็นคลื่นเชิงกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางได้หลายสถานะ ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ซึ่งเสียงจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ คือ

  1. แอมพลิจูด (Amplitude)
  2. ความถี่ (Frequency)
  3. เฟส (Phase)
  4. ความเร็วของเสียงในอากาศ (Velocity)
  5. ความยาวคลื่น (Wavelength)
  6. ฮาร์มอนิกส์ (Harmonic)
  7. เอวเวลอป (Envelope)

อ่านเพิ่มเติมเสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร

สรุป : จากองค์ประกอบของเสียงที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า เสียงค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนพอสมควร จึงทำให้การเลือกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเสียงกลางแจ้งต้องมีคุณภาพที่ดีกับงานคอนเสิร์ต เหมาะสมกับแนวดนตรีและรูปแบบวงดนตรี เหมาะสมกับขนาดสถานที่  ใช้บริการเครื่องเสียงกลางแจ้งคุณภาพดี

3 ส่วนประกอบหลักของเครื่องเสียงกลางแจ้ง

ก่อนที่เสียงจะถูกส่งไปยังหูของผู้ฟังได้นั้น เสียงจะต้องผ่าน 3 ภาคส่วนประกอบหลักที่สำคัญของระบบเครื่องเสียงกลางแจ้งดังต่อไปนี้

  1. ภาคอินพุท(Input) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแหล่งกำเนิดเสียงต่าง ๆ และการรับเสียงต่าง ๆ เข้ามาในระบบ เช่นเสียงกีตาร์ เสียงกลอง เสียงร้อง คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นซีดี โดยทั่วไปบนเวทีคอนเสิร์ตจะพบว่ามีการใช้ไมโครโฟนรับเสียงจากทั้งนักร้อง ตู้แอมป์กีตาร์ กลองชุด รวมไปถึงเครื่องเป่า และจะมีการใช้ DI Box ที่ใช้รับสัญญาณเสียงอย่าง เบส คีย์บอร์ด รวมไปถึงอุปกรณ์สร้างเสียงสังเคราะห์ต่าง ๆ อุปกรณ์ภาคอินพุทราคาเริ่มต้น
  2. ภาคประมวลผล (Process) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำสัญญาณเสียงที่ได้รับจากภาคอินพุทมาปรับแต่งความสมดุลของเสียง ปรับแต่งย่านเสียง ปรับแต่งความดังเบาเสียง หรือแต่งเติมเอฟเฟคเข้าไปในเสียง อุปกรณ์ส่วนใหญ่ในภาคประมวลผลโดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย ปรีแอมพลิไฟเออร์ (Pre Amplifier) หรือปรีไมโครโฟน (Pre Microphone) มิกเซอร์ (Mixer) อีคิว (EQ) เป็นต้น อุปกรณ์ภาคประมวลผลราคาเริ่มต้น
  3. ภาคเอ้าท์พุท (Output) เป็นส่วนสุดท้ายของระบบ ในส่วนนี้จะรับสัญญาณที่ได้จากการปรับแต่งในภาคประมวลผลมาขยายเสียงด้วยเครื่องขยายเสียง (Power Amplifier) โดยจะทำการเพิ่มขนาดสัญญาณและส่งต่อสัญญาณไปยังลำโพงที่ตอบสนองย่านความถี่ต่าง ๆ อุปกรณ์ภาคเอ้าท์พุทราคาเริ่มต้น

สรุป : 3 ภาคส่วนประกอบหลักที่สำคัญของระบบเครื่องเสียงกลางแจ้งคือ ภาคอินพุท(Input) > ภาคประมวลผล (Process) > ภาคเอ้าท์พุท (Output)

บทบาทหน้าที่ Sound Engineer ต่อเครื่องเสียงกลางแจ้ง

นอกจากเครื่องเสียงกลางแจ้งที่มีคุณภาพดีเพื่อที่จะกระจายเสียงที่ดีให้แก่ผู้คนในงานคอนเสิร์ต ยังมีอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิศวกรเสียง (Sound Engineer) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ซาวด์เอ็น” ซึ่งซาวด์เอ็นจะมีหน้าที่ควบคุมระบบของเครื่องเสียงกลางแจ้งทั้งหมด เป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในการจัดการด้านเสียงในทุก ๆ ภาคของระบบ

     ซาวด์เอ็นจะเป็นผู้ดูแลและควบคุมในแทบจะทุกภาคส่วนของระบบเครื่องเสียงกลางแจ้ง อย่างเช่น

  1. ภาคอินพุท(Input) ซาวด์เอ็นจะเป็นผู้ควบคุมเกี่ยวกับการวางตำแหน่งไมโครโฟนรับเสียง การเลือกใช้ไมโครโฟนให้เหมาะสมกับการรับเสียง รวมไปถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ในการรับสัญญาณเสียงต่าง ๆ
  2. ภาคประมวลผล (Process) จะเป็นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับซาวด์เอ็นมากที่สุด เนื่องจากซาวด์เอ็นจะเป็นผู้ควบคุมระบบนี้ โดยจะมีหน้าที่ปรับแต่งความสมดุลของเสียง ปรับแต่งย่านเสียง ปรับแต่งความดังเบาเสียง หรือแต่งเติมเอฟเฟคเข้าไปในเสียง เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ออกมาดีหรือเหมาะสมกับแนวดนตรีนั้น ๆ
  3. ภาคเอ้าท์พุท (Output) ซาวด์เอ็นจะเป็นผู้ควบคุมเกี่ยวกับการจัดตำแหน่งต่าง ๆ ของลำโพง โดยจะคำนึงถึงคุณภาพเสียงที่ผู้คนจะได้ยินในตำแหน่งต่าง ๆ ในงานคอนเสิร์ต ให้มีเสียงที่มีคุณภาพดีในทุกบริเวณภายในงานคอนเสิร์ต

สรุป : Sound Engineer ดูแลกำกับในส่วนของระบบการแก้ไขปรับแต่ง ภาคอินพุท(Input) > ภาคประมวลผล (Process) > ภาคเอ้าท์พุท (Output)

เครื่องเสียงกลางแจ้งสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ

เครื่องเสียงกลางแจ้งไม่ได้ถูกนำมาใช้เฉพาะในงานคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เครื่องเสียงกลางแจ้งยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ เช่นกัน ลานเต้นแอโรบิคที่จะต้องมีการเปิดเพลงเพื่อประกอบการเต้น งานกีฬาต่าง ๆ ก็ยังจะต้องใช้เครื่องเสียงกลางแจ้งสำหรับการขยายเสียงผู้ประกาศหรือกรรมการ หรือแม้กระทั่งการออกบูทขายสินค้าต่าง ๆ สำหรับการเลือกใช้เครื่องเสียงกลางแจ้งนั้น ควรจะเลือกใช้ให้มีคุณสมบัติที่ตรงตามกิจกรรม ขนาดของงานคอนเสิร์ต หรือขนาดของสถานที่ คงจะไม่เหมาะเท่าไรนักถ้าหากใช้เครื่องเสียงกลางแจ้งในขนาดชุดเล็กกับงานคอนเสิร์ตที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ยกตัวอย่างการเลือกใช้เครื่องเสียงให้เหมาะสมเช่น

การเลือกใช้เครื่องเสียงกลางแจ้งขนาดเล็กสำหรับวงดนตรีอะคูสติกที่จะบรรเลงในโซน Outdoor ของร้านกาแฟก็คงจะเหมาะไม่น้อยรับติดตั้งระบบเสียงร้านอาหาร

สรุป: เครื่องเสียงกลางแจ้ง

โดยทั่วไปแล้วจะมีบริษัทเครื่องเสียงที่ให้บริการด้านระบบเสียงสำหรับการจัดงานคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมต่าง ๆ ผู้จัดงานสามารถว่าจ้างบริษัทเครื่องเสียง ผู้จัดงานเพียงแค่แจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ของงานกิจกรรม เช่น ขนาดสถานที่ รูปแบบวงดนตรี หรือสิ่งที่ต้องการเกี่ยวกับด้านเสียง เป็นต้น บริษัทเครื่องเสียงจะทำการออกแบบระบบเครื่องเสียงกลางแจ้งและเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน เพื่อสร้างเสียงที่ดีที่สุดออกมา ใช้บริการเครื่องเสียงกลางแจ้ง

The post ความสำคัญของเครื่องเสียงกลางแจ้งกับงานดนตรี appeared first on THA STUDIO.

]]>
เครื่องดนตรี บทบาทที่สำคัญ? /instrument-blog/ Sun, 02 May 2021 11:00:40 +0000 /?p=78050 เครื่องดนตรีเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสร้างเสียงออกมา โดยผ่านการผสมเสียงจากฝือมือของมนุษย์ ทั้งการดีด การสี การเป่า หรือด้วยการตี ดนตรีที่เราได้

The post เครื่องดนตรี บทบาทที่สำคัญ? appeared first on THA STUDIO.

]]>

     เครื่องดนตรีเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสร้างเสียงออกมา โดยผ่านการผสมเสียงจากฝือมือของมนุษย์ ทั้งการดีด การสี การเป่า หรือด้วยการตี ดนตรีที่เราได้รับชมรับฟังในรูปแบบต่าง ๆ นั้น เครื่องดนตรีถือว่ามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรีสด การบันทึกเสียง บางคนก็ใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจด้วยการเล่น หรือแม้กระทั่งการนำไปตกแต่งบ้านตกแต่งร้านอาหารก็มีให้เห็นโดยทั่วไป

     เครื่องดนตรีค่อนข้างจะมีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างดนตรีที่ดีได้ ทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพเสียงที่ดี การเลือกใช้เครื่องดนตรีที่เหมาะสมกับแนวดนตรี การเลือกใช้ประเภทของเครื่องดนตรี หากเราเข้าใจถึงสุ้มเสียงและความสามารถต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแล้วนั้น จะทำให้การสร้างสรรค์ดนตรีมีความไพเราะยิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย

     หากลองฟังเพลงร็อคทั้งจากอดีตสู่ปัจจุบัน เราจะพบว่ากีตาร์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับดนตรีร็อคมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในทศวรรษ 1950s กีตาร์มีบทบาทสำคัญในบทเพลงร็อคเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยการเล่นคอร์ดเพราะ ๆ หรือการเล่น Riff ที่ดุดัน รวมไปถึงการนำมาใช้ Solo ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกีตาร์ที่ถูกนำมาใช้ในเพลงร็อค

     นอกจากดนตรีร็อค กีตาร์ยังมีบทบาทต่อดนตรีชนิดอื่นอีกด้วย เช่น ดนตรีโฟล์คก็มักจะนิยมใช้กีตาร์โปร่งในการเล่น ดนตรีแจ๊สก็มักจะนิยมใช้กีตาร์แบบ Archtop เป็นต้น กีตาร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องมาจากมีความสามารถที่หลากหลายทั้งการนำมาใช้เล่น Solo หรือจะนำมาดีดเป็นคอร์ดเพียงตัวเดียวผสมกับการร้องเพลงก็ยังได้

     นอกจากกีตาร์ที่สามารถบรรเลงในลักษณะคอร์ดหรือ Solo ได้แล้ว ยังมีคีย์บอร์ดที่เป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งที่มีบทบาทต่อการสร้างสรรค์ดนตรีอีกด้วย เราจะได้ยินเสียงคีย์บอร์ดในดนตรีหลากหลายชนิด เนื่องจากคีย์บอร์ดสามารถสร้างเสียงออกมาได้อย่างหลากหลาย และสามารถเลือกใช้ย่านเสียงที่กว้างได้พอสมควร โดยทั่วไปจะพบว่าคีย์บอร์ดนำมาเล่นทั้งในลักษณะคอร์ด Solo รวมไปถึงการสร้างเสียงแปลก ๆ

เครื่องดนตรี

     คีย์บอร์ดมีความพิเศษตรงที่สามารถรวบรวมเสียงต่าง ๆ ไว้อย่างมากมาย สามารถใช้คีย์บอร์ดในการสร้างเสียงต่าง ๆ ได้ เช่น เสียงของเครื่องเป่า เสียงของเครื่องสายอย่างไวโอลิน และเสียงสังเคราะห์ (Synthesizer) จึงทำให้คีย์บอร์ดได้รับความนิยมเพื่อนำไปใช้ทั้งในการแสดงดนตรีสดหรือในห้องบันทึกเสียง จึงทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างนักดนตรีที่เล่นเครื่องเป่าหรือเครื่องสาย

     สำหรับกีตาร์และคีย์บอร์ดที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสรรค์ดนตรีแล้วนั้น ยังมีอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ร่วมกับกีตาร์และคีย์บอร์ดคือ Amplifier หรือ ตู้แอมป์ ซึ่งอุปกรณ์นี้จะมีหน้าที่ในการขยายสัญญาณที่ได้รับจากกีตาร์หรือคีย์บอร์ดทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมา จึงทำให้ตู้แอมป์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการสร้างเสียงที่ดีของกีตาร์และคีย์บอร์ด

     สำหรับเครื่องดนตรีที่มีบทบาทและความสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการสร้างสรรค์ดนตรีให้ไพเราะได้นั่นก็คือ กลองชุด ซึ่งกลองชุดจะมีหน้าที่ขับเคลื่อนจังหวะให้กับบทเพลงและกำหนด Groove ให้กับบทเพลง โดยกลองชุดนั้นจะประกอบไปด้วยกลองหลากหลายใบและส่วนของเครื่องทองเหลือง ในส่วนของตัวกลองจะประกอบไปด้วย Tom1, Tom2, Snare, Floor Tom และ Bass Drum

     ในส่วนของเครื่องทองเหลืองจะประกอบไปด้วย Hi-Hat, Crash Cymbal และ Ride Cymbal จากประวัติศาสตร์ดนตรีจะพบว่ากลองชุดมีบทบาทสำคัญแทบจะทุกแนวดนตรี ตั้งแต่ดนตรีแจ๊ส ดนตรีร็อค ดนตรีอาร์แอนด์บี ซึ่งในแต่ละแนวดนตรีกลองชุดก็จะมีสุ้มเสียงที่ต่างกันออกไป ดังนั้นตัวกลองและเครื่องทองเหลืองจึงมีการผลิตออกมาหลายขนาด เพื่อที่จะสามารถสร้างเสียงให้ได้ตรงลักษณะกับแนวดนตรีต่าง ๆ

     สำหรับการแสดงดนตรีสด นอกจากนักดนตรี เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการแสดงดนตรีแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการฟังดนตรีคือลำโพง ลำโพงมีหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งมาจากวงจรขยายเสียงให้กลายเป็นเสียง การแสดงดนตรีสดจำเป็นที่จะต้องอาศัยลำโพงเพื่อที่จะส่งเสียงของเครื่องดนตรีต่าง ๆ ให้ดังขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้รับฟังดนตรี

เช่าคีย์บอร์ด
เช่ากีต้าร์

     นอกจากการแสดงดนตรีสด ลำโพงก็ยังมีบทบาทที่สำคัญต่องานบันทึกเสียงอีกด้วย ซึ่งลำโพงจะถูกใช้ฟังเสียงที่ได้จากการบันทึกมาแล้ว เพื่อฟังถึงคุณภาพของเสียงที่ได้จากการบันทึก รวมไปถึงความแม่นยำในการเล่นของนักดนตรีที่ได้บันทึกเสียง ดังนั้นลำโพงจึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งต่องานดนตรี

     เครื่องดนตรียังมีบทบาทต่อการสร้างอรรถรสใน MV อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงท่อน Solo กีตาร์ของหลาย ๆ MV จะมีการถ่ายทำไปที่กีตาร์ที่มีนักดนตรีกำลัง Solo อยู่ ซึ่งจะทำให้ผู้รับชม MV รับอรรถรสเสียงกีตาร์มากขึ้น หรือรู้สึกตั้งใจฟังเสียงกีตาร์มากขึ้น ในบาง MV จะมีการใช้เครื่องดนตรีเพื่อแสดงสัญลักษณ์บางอย่างที่สัมพันธ์เกี่ยวกับเนื้อหาของบทเพลง หรือเนื้อหาของ MV หรือสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของ MV

     เครื่องดนตรียังมีบทบาทที่สำคัญต่อบริบทอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่นในงานกีฬาสี นอกจากจะมีนักกีฬา กรรมการ กองเชียร์ และเชียร์หลีดเดอร์ ในงานกีฬาสีจะมีเสียงของกลองทอมบ้าที่ถูกตีอย่างสนุกสนาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬา อีกทั้งกลองทอมบ้ายังใช้ประกอบจังหวะให้กองเชียร์ได้ร้องเพลง รวมไปถึงประกอบจังหวะสำหรับการเต้นของเชียร์หลีดเดอร์อีกด้วย

     ถ้าหากจะกล่าวว่าเครื่องดนตรีมีบทบาทที่สำคัญในแทบจะทุกบริบทของโลกใบนี้ก็คงจะไม่ผิด เสียงของเครื่องดนตรีสามารถบอกกล่าวเรื่องราวในแต่ละยุคสมัยได้ เป็นสัญลักษณ์ของเสียงเพลง เป็นสัญลักษณ์ของการพักผ่อนหย่อนใจ และยังเป็นเครื่องมือทำมาหากินเพื่อใช้เลี้ยงชีพสำหรับนักดนตรีอีกด้วย ดังนั้นการทำความรู้จักทำความเข้าใจต่อเครื่องดนตรีจึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สร้างสรรค์ดนตรีหรือผู้รับฟังดนตรีเป็นอย่างมาก

The post เครื่องดนตรี บทบาทที่สำคัญ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
เลือกวงดนตรีงานแต่งอย่างไรให้เป็นวงที่ใช่ /rent-music-band/ Mon, 26 Apr 2021 13:00:02 +0000 /?p=77404 เลือกวงดนตรีที่ใช้ในงานแต่งให้ถูกใจและเป็นวงที่ใช่ตั้งแต่แรก รูปแบบของงานแต่ง ปัจจุบันงานแต่งงานในบ้านเราเรียกว่ามีความหลากหลายที่มาก

The post เลือกวงดนตรีงานแต่งอย่างไรให้เป็นวงที่ใช่ appeared first on THA STUDIO.

]]>

         วันแต่งงานถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดของคู่บ่าวสาว ซึ่งการจัดงานให้ออกมาดีที่สุดถือว่าเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ปรารถนา ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ช่างกล้อง สถานที่ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเสียงเพลงในงานแต่งที่เรียกว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากค่ะเพราะช่วยสร้างบรรยากาศในงานให้ดูสดชื่น มีสีสัน ซึ่งนอกจากการเปิดเพลงจากแผ่นเสียงทั่วไปแล้วอีกรูปแบบที่นิยมกันคือการเลือกใช้บริการ วงดนตรีงานแต่ง เพราะในวงจะมีทั้งนักร้องที่เราสามารถขอเพลงได้ ระบบเสียงที่มีการจัดการมาอย่างดี ทำให้งานออกมาราบรื่น วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำหลักง่ายๆมาดูว่าใช้หลักอะไรบ้าง

เลือกวงดนตรีที่ใช้ในงานแต่งให้ถูกใจและเป็นวงที่ใช่ตั้งแต่แรก

     1. รูปแบบของงานแต่ง ปัจจุบันงานแต่งงานในบ้านเราเรียกว่ามีความหลากหลายที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สไตล์งานแต่งงานแบบคนจีน งานแต่งงานแบบไทย งานแต่งงานแบบฝรั่ง การเลือกวงดนตรีให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเลือกแล้วไม่เข้ากับธีมงานแน่นอนว่าอาจจะทำให้แขกในงานไม่สนุกก็ได้ ซึ่งวงดนตรีในบ้านเราที่มีให้เลือกหลัก ๆ เลยก็จะเป็น วงดนตรีแจ๊ส วงดนตรีอคูสติก วงดนตรีคลาสสิค และ วงดนตรีฟูลแบนด์ ดูความแตกต่างดนตรีแต่ละประเภท ไล่ไปตามความชอบของคู่บ่าวสาวว่าอยากได้ดนตรีแนวไหนมาเล่นในงานตัวเอง เช่น งานแต่งสบายๆเราเลือกใช้บริการวงดนตรีอคูสติก สไตล์งานแต่งแบบฝรั่งไฮโซอาจจะเลือกดนตรีแจ๊ส หรือถ้าคุณเป็นคนรักความสนุกอยากได้ดนตรีมันๆและมี After party ช่วงท้ายก็เลือกวงดนตรีฟูลแบนด์มาเลยก็ได้ สร้างสีสันและบรรยากาศให้งานดูไม่น่าเบื่อ


      2. สถานที่จัดงาน เป็นอีกส่วนที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกวงดนตรี เพราะงานแต่งแต่ละสไตล์ค่อนข้างแตกต่างกัน หากเป็นงานแต่งในโรงแรม ศูนย์ประชุมหรือในอาคาร ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องสภาพอากาศ ระบบเครื่องเสียงก็จะควบคุมง่าย เสียงจะกระจายได้อย่างทั่วถึง สามารถเลือกใช้เครื่องดนตรีได้ทุกประเภท หากเป็นงานแต่งที่จัดนอกอาคาร เช่น งานเลี้ยงในสวน งานเลี้ยงริมทะเล ลักษณะนี้จะมีความเสี่ยงเรื่องสภาพอากาศมากกว่า การเลือกใช้เครื่องเสี่ยงก็จะมีข้อจำกัดขึ้นมาอีกระดับ จำที่จะต้องเลือกเครื่องเสียงที่มีระบบการจัดการเรื่องเสียงได้ดี เพื่อให้แขกทุกคนได้ยินเสียงดนตรีอย่างทั่วถึง ยังรวมถึงพวกอุปกรณ์ เช่น เวทีงานแต่ง ระบบไฟ ระบบเครื่องเสียงที่ต้องจัดออกมาให้เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆด้วย

สถานที่จัดงานแต่ง
งานแต่งริมทะเล

     3. งบสำหรับจ้างนักดนตรี ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะในการจัดงานครั้งหนึ่งเจ้าของงานเองก็อยากให้งานออกมามีความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกวงดนตรี การเลือก เช่าอุปกรณ์งานแต่ง สถานที่จัดงาน และอื่นๆ จะมีงบประมาณเป็นตัวกำหนด วงดนตรีแต่ละประเภทจะมีเรทราคาที่ต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของวง หากเป็นวงใหญ่เครื่องดนตรีครบชุดราคาก็จะสูง หากเป็นวงขนาดกลางราคาก็จะลดหลั่นลงมา หรือแล้วแต่ชื่อเสียงของวงที่เลือก ราคาก็จะมีเรทที่ต่างออกไป วงดนตรีที่ได้จะดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่งบของผู้จัดงานด้วยเช่นกัน ราคาวงดนตรี


     4. ประสบการณ์ของวงดนตรีที่เลือก ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะงานจะออกมาดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นว่าวงที่จ้างมามีชั่วโมงบินสูงแค่ไหน เช่น หากเป็นงานที่มีแขกประมาณ 200-300 คน แต่นักดนตรีไม่สามารถดึงความสนใจแขกในงานได้เลยก็อาจจะทำให้งานนี้ดูน่าเบื่อไปก็ได้ หรือบางงานที่แขกเองอยากมีส่วนร่วมขึ้นมาร้องเพลงให้คู่บ่าวสาวฟังแต่เสียงนักร้องอาจจะไม่ดึงดูคนฟัง ฮ่าๆ ทีมนักดนตรีก็ต้องคิดแล้วว่าจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร  ยังเรื่องของการเตรียมเพลงอีกที่ค่อนข้างหลากหลาย

วงดนตรีงานแต่ง

ซึ่งในปัจจุบันเรื่องพวกนี้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลเลยค่ะ เราสามารถดูรีวิวได้ตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IG, Facebook, เว็บไซต์ต่างๆ หรือวงไหนมีประสบการณ์เคยจัดงานแต่งงานให้กับดารามาก่อน เช่น เคยร่วมงานกับคนดัง ก็จะได้เครดิตเหล่านี้ไปด้วย แต่เรทราคาก็ไม่ต้องถามถึงนะคะ เพราะมันจะมาพร้อมความสมบูรณ์แบบที่คุณเลือกนั่นแหละ


     5. ทำข้อตกลงอย่างชัดเจน เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะตัดสินใจเลือก เนื่องจากสไตล์ของงานแต่งแต่ละคู่ต่างกัน ดังนั้นการทำข้อตกลงระหว่างเจ้าของงานและวงดนตรีจึงสำคัญมากเพื่อให้ได้เนื้องานที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด เริ่มกันตั้งแต่สัญญาว่าจ้างที่ต้องคุยอย่างชัดเจนในเรื่องของราคา การแต่งกายที่เหมาะสมกับงาน สไตล์เพลงที่เล่น เวลาในการเล่น และสุดท้ายกรณีของการเลื่อนวันหรือยกเลิกงาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องทำข้อตกลงกันอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง


ในวันสำคัญทั้งทีแน่นอนว่าทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างคาดหวังและอยากให้งานแต่งของตัวเองออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนที่วาดฝันไว้

คงไม่มีใครอยากเจอเซอไพร์ในงานหลอกใช่ไหม? เช่น เครื่องดนตรีไม่พร้อม ไมค์มีปัญหา หรือเพลงที่เล่นไม่เข้ากับบรรยากาศในงาน

ดังนั้นเลือก วงดนตรีงานแต่ง ที่ตั้งแต่แรกก็จะทำให้คุณได้บรรยากาศที่ปรารถนา และยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ดีที่นอกจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแล้วก็รวมไปถึงแขกในงาน ที่จะจดจำบรรยากาศดีๆเหล่านี้เอาไว้อีกด้วย

The post เลือกวงดนตรีงานแต่งอย่างไรให้เป็นวงที่ใช่ appeared first on THA STUDIO.

]]>
ความแตกต่างระหว่าง Acustic band และ Full band ? /acustic-band-full-band/ Sun, 25 Apr 2021 15:48:04 +0000 /?p=77302 ในนิยามวงประเภท FUll Band จะมีองค์ประกอบของเครื่องดนตรีส่วนมากได้แก่ กีต้าร์ (Guitar), กีต้าร์เบส(Bass), คีย์บอร์ด(Keyboard)

The post ความแตกต่างระหว่าง Acustic band และ Full band ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
วงดนตรี full band

วง FULL BAND คือ

     ในนิยามวงประเภท FUll Band จะมีองค์ประกอบของเครื่องดนตรีส่วนมากได้แก่ กีต้าร์ (Guitar), กีต้าร์เบส(Bass), คีย์บอร์ด(Keyboard)  กลองชุด(Drum) และ นักร้องหญิงหรือนักร้องชาย ในประเภทวงดนตรีแบบ Full band นี้เป็นวงที่เรียกว่าสมบูรณ์ครบเครื่องสุด เพราะมีเสียงเครื่องดนตรีประสานกันหลากหลายชนิดตามที่ได้กล่าวมา ทำให้การแสดงโชว์แสดงสามารถครอบคลุมการเล่นเพลงต่างๆได้กว้าง พร้อมยังสร้างอารมณ์ได้ตั้งแต่โรแมนติคยัน เต้นแบบหลุดโลกได้

     วงประเภท Full Band  สามารถสร้างบรรยากาศสีสันของงานให้ออกมาดูยิ่งใหญ่และหรูหรา แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องสูงขึ้นตาม เพราะมีจำนวนคนมากและค่าเช่าเครื่องเสียงที่เป็นเงาตามตัว ค่าใช้จ่ายนักดนตรีคลิก และขนาดพื้นที่เวทีก็จำเป็นจะต้องมีพื้นที่พอให้นักดนตรี 5-8 คนทำการแสดงได้ หากไม่เพียงพอเราต้องใช้บริการเช่าเวทีเพิ่ม ราคาเช่าเวทีคลิก

วง ACUSTIC BAND คือ

     ประเภทที่ 2 ที่จะนำเสนอวง Acoustic Band (Folk band) มีชื่อเรียกเปลี่ยนกันไปมาตามยุคสมัย วงประเภทนี้มีเครื่องดนตรีที่ไม่แน่นอน เพราะพื้นฐานมาจากคำว่า Folk ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ดนตรีพื้นบ้านอะไรก็ได้ที่ประกอบกันเป็นวงดนตรี ไม่จำกัดว่าขาดต้องเครื่องดนตรีแบบนั้นแบบนี้ เป็นวงที่มีความอิสระในการเล่นของนักดนตรี

     ในแบบ ACUSTIC BAND จะมีสมาชิค 1 – 4 คน ข้อดีสำหรับการจ้างวงประเภทนี้คือ คล่องตัวกระทัดรัด มีค่าใช้จ่ายที่น้อย หากวงเจอนักดนตรีหรือคนหาวงเก่งๆ ท่านสามารถระบุเก่งๆได้เลยว่า ต้องการเครื่องดนตรีแบบไหนมาบบรเลงในงานของท่าน พื้นที่ขนาดเวทีที่ใช้ในการแสดงน้อย เครื่องเสียงที่ใช้ไม่ยุ่งยากเท่ากับ FUll Band แต่ก็อาจให้ความเร้าอารมณ์ความมันส์ความเร่งไม่ได้เท่าแบบ วง Full band


สรุป คือ หากต้องการวงดนตรีที่ฟังสบายไม่ต้องการเร้าอารมณ์ เต้นอย่างเมามันส์แบบเพลง Dance วงแบบ ACUSTIC BAND ก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญวงประเภทนี้คนน้อยจะช่วยประหยัดงบของคุณด้วย

ราคาเช่าเครื่องเสียง คลิก

The post ความแตกต่างระหว่าง Acustic band และ Full band ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
คุณต้องการรู้อะไรบ้างเมื่อคิดที่จะเช่าไฟจัดงานแต่ง? /rent-lighting-for-wedding/ Tue, 20 Apr 2021 07:12:19 +0000 /?p=77063 ไฟพาร์ แอลอีดี หรือพาร์ LED  มีลักษณะที่เป็นโคมไฟหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่างในรูปแบบไฟส่องสว่างจะแม่สีสามสีหลักคือ แดง เขียว น้ำเงิน (RGB)

The post คุณต้องการรู้อะไรบ้างเมื่อคิดที่จะเช่าไฟจัดงานแต่ง? appeared first on THA STUDIO.

]]>

ไฟย้อมห้อง ไฟตกแต่งห้อง ไฟส่องหน้ามีกี่ประเภท

ไฟพาร์ RGB

1.LED PAR / ไฟ RGBW

ไฟพาร์ แอลอีดี หรือพาร์ LED  มีลักษณะที่เป็นโคมไฟหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่างในรูปแบบไฟส่องสว่างจะแม่สีสามสีหลักคือ แดง เขียว น้ำเงิน (RGB) จะนิยมนำมาใช้กับงานรูปแบบ เช่น เวทีคอนเสิร์ต  งานอีเว้นท์ งานแต่งงาน และงานทั่วไป ไฟพาร์สามารถผสมสี( RGBW)ได้อย่างอิสระ ซึ่งไฟพาร์จะทำหน้าที่ย้อมสีบรรยากาศภายในงานให้มีความสนุกสนานมากขึ้นทั้งงานเล็กและใหญ่ เพราะไฟพาร์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ของระบบแสงสีบนเวที หรือรวมไปถึงงานการแสดง และแต่งไฟในสตูดิโอ

ไฟพาร์วอร์มไวท์

2. LED PAR WARM / ไฟเคลียร์

เป็นไฟพาร์อีกประเภท ที่ทำหน้าที่หลักเพียงอย่างเดียว คือ ให้แสงสีขาวอมส้ม(Warm white) ซึ่งเป็นแสงสีนวล ทำหน้าที่ส่องสว่างตัวแบบหรือจุดที่ต้องการซึ่งแสงแบบนี้จะไม่ทำให้สีผิวคนเพี้ยน เหมาะกับงานแต่งงาน งานอีเว้นท์ ที่ต้องการถ่ายภาพคนเพื่อนำไปใช้งานทางการ

ไฟ blacklight

3.LED PAR / ไฟ Black Light

เป็นไฟพาร์อีกประเภท ที่ทำหน้าที่หลักเพียงอย่างเดียว คือ หน้าที่หลักเพียงอย่างเดียว ให้แสงสะท้อนกับแสง BlackLight ได้ มันจะทำให้ปาร์ตี้ของคุณไม่ธรรมดาอีกต่อไป

ไฟบีม 230

4.Moving Head / BEAM 230

ไฟที่ทำหน้าที่ในการยิงลำแสงเพิ่มความน่าสนใจและตื่นเต้น โดยรูปแบบลำแสงสามารถปรับได้หลายแบบหลาย ส่วนการปรับรูปแบบนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะประเภทงาน โดยความสามารถนั้นประกอบไปด้วย หมุนได้รอบทิศทาง เปลี่ยนสีได้ตามต้องการสามารถปรับกระพริบได้เป็นจังหวะ เหมาะกับงานทุกประเภทที่ต้องการความพิเศษ

ไฟฟอลโล่

5.ไฟฟอลโล่ / FOLLOW SPORTLIGHT

ไฟส่องสว่างอีกประเภทหนึ่ง โดยมีความโดดเด่นที่ใช้ส่อง บุคคลที่อยู่บนเวที สำหรับเปิดตัวหรือส่องหาเป้าหมายที่ตั้งการในระยะไกล สามารถปรับตามการเดินของเป้าหมายได้ จึงทำให้เหมาะสมกับงานแต่งงาน งานบรรยาย งานที่ต้องการเปิดตัวบุคคลพิเศษให้มีความโดดเด่น

ไฟสอร์ตไลท์

6.ไฟสปอร์ตไลท์ / LED Sport

ไฟที่เพิ่มความสว่างให้ชัดเจนทั่วบริเวณจัดงาน โดยแสงไฟนั้นจะเป็นแสงสีขาวเพื่อให้เห็นวัตถุหรือสิ่งของที่ชัดเจน

7.SMOKE ( เครื่องทำควัน)

อุปกรณ์สร้างควันที่จะช่วยเพิ่มระบบแสงสีดูสวยงาม มีลำแสงหนาแน่นมากขึ้น และทำให้ดูสนุกมากขึ้น

ราคาเช่าไฟคลิก

เช่าไฟสปอร์ตไลท์
เช่าไฟฟอลโล่

The post คุณต้องการรู้อะไรบ้างเมื่อคิดที่จะเช่าไฟจัดงานแต่ง? appeared first on THA STUDIO.

]]>
เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก /soundsystem-review/ Mon, 08 Mar 2021 07:14:07 +0000 /?p=76281 หากท่านใดชอบจัดปาร์ตี้ แต่ไม่ต้องการซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงเก็บไว้ต้องไม่พลาด เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก ลำโพงบลูทูธไร้สายพกพา JBL Partybox 100

The post เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก appeared first on THA STUDIO.

]]>
เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก

รีวิวแพจเกจ เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก JBL Partybox 100

หากท่านใดชอบจัดปาร์ตี้ แต่ไม่ต้องการซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงเก็บไว้ต้องไม่พลาด เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก ลำโพงบลูทูธไร้สายพกพา JBL Partybox 100  ตู้มีลำโพงมีขนาด 2×5.25 นิ้ว มีระบบ Dynamic light show (ไฟวิ่งบริเวณด้านขอบลำโพงหน้าเพิ่มความตื่นเต้น) แบตสามารถใช้งานได้นานถึง 12 ชม ตัวตู้ลำโพงหนักเพียง 11.3 กิโลกรัม เชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง Bluetooth เป็นหลัก หรือ จะเสียบสาย AUX 3.5mm หรือ USB Drive ของด้านหลังตัวเครื่องได้เช่นเดียวกัน และที่เจ๋งอีกอย่างคือตัวลำโพงรองรับการเชื่อมต่อกีตาร์ไฟฟ้า และไมโครโฟนสำหรับร้องเพลงได้

Package JBL Partybox 100 ประกอบด้วย

  • ลำโพง JBL รุ่น Partybox 100 จำนวน 1 ตัว
  • ไมค์โครโฟน พร้อมสายสัญญาณ จำนวน 1 เส้น

วิธีการติดตั้งระบบเช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก

  1. วางลำโพงไว้บนโต๊ะ หรือบนพื้นก็ได้
  2. เชื่อมต่อลำโพงด้วย Bluetooth ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์
  3. เปิดเพลง เริ่มปาร์ตี้ได้ยาวนาน (ไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟอยู่นานถึง 12 ชั่วโมง)
  4. เสียบที่ร้านไอพีสตูดิโอเตรียมให้ก็พูดได้เลย
  5. หากแบตเตอรี่ใกล้หมด เสียบสายชาร์จลำโพงได้ (ใช้เวลาชาร์จ 6 ชั่วโมงเพื่อแบตเต็ม)

รายละเอียดเช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก คลิก

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: @668djdvn

สั่งซื้อชุด JBL Partybox 100 พร้อมอุปกรณ์ลำโพงไมค์ คลิก!

เช่าเครื่องเสียง ราคาถูก
เช่าเครื่องเสียง ชุดเล็ก

เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก ชุดที่ 2 Turbosound ราคาถูก!

สำหรับงานอีเว้นท์รูปแบบขนาดเล็ก เช่น งานประชุม สัมมนา วันเกิด ชุดร้องเพลง ปีใหม่ งานออกบูธ ฯลฯ ลำโพงมีคุณดีได้มาตรฐาน แบนด์ดังจากอังกฤษ คุณภาพเสียงเป็นธรรมชาติ สดใส ไม่ขุ่นมัว ราคาประหยัดเป็นกันเอง สามารถเพิ่มพนักงานเฝ้าดูแล ทางเทคนิคควบคุมเครื่องเสียง บริการให้ เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก เช่าเครื่องเสียงงานอีเว้นท์ บูธ

ถูกที่สุด คุ้มที่สุด ไม่ต้องเทียบ ! 4,500 บาท

ลำโพงคุณภาพสูงสุดเจ๋งจากแบรนด์ชื่อดัง Turbosound เสียงพูดดี เปิดเพลงมันส์ คุณภาพอุปกรณ์ได้มาตราฐานเป็นสากล เหมาะกับกิจกรรมทั่วไป เช่น งานบูธ งานจัดแสดงสินค้าและงานประชุมเล็กๆ ฯลฯ

Package Turbosound ประกอบด้วย

  • ลำโพง: Turbosound 10″ จำนวน 2 ใบ
  • มิกเซอร์: Yamaha จำนวน 1 เครื่อง
  • ไมค์ลอยแบบถือ: จำนวน 2 ตัว
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์/มือถือ AUX 3.5 จำนวน 1 ชุด

ราคาเช่าเครื่องเสียง 4,500 บาท / วัน (ราคานี้รวมค่าขนส่ง/ติดตั้ง/รื้อถอนแล้ว)

รายละเอียดเช่าเครื่องเสียงชุดอื่นๆ คลิก

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: @668djdvn

The post เช่าเครื่องเสียงชุดเล็ก appeared first on THA STUDIO.

]]>
เช่ากลองทอมหรือชุดในงานกีฬาสี จะเลือกเช่ากลองแบบไหนดี ? /how-to-rent-drum-color-sports/ Fri, 05 Mar 2021 04:05:10 +0000 /?p=76066  แน่นอนท่าอยากเชียร์กีฬาให้มันส์สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องเคาะจังหวะ ที่จะทำหน้าที่ในการส่งเสียงเร้ากระตุ้นกลองเชียร์ นักกีฬา

The post เช่ากลองทอมหรือชุดในงานกีฬาสี จะเลือกเช่ากลองแบบไหนดี ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
เช่ากลอง
เช่ากลองชุด

แน่นอนท่าอยากเชียร์กีฬาให้มันส์สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องเคาะจังหวะ ที่จะทำหน้าที่ในการส่งเสียงเร้ากระตุ้นกลองเชียร์ นักกีฬา และกิจกรรม ในทีมให้ฮึกเหิม มีแรงใจ วันนี้ร้าน ไอพีสตูดิโอ เราจะขอแนะนำวิธีการเลือกเช่ากลองชุดแบบง่ายๆ ที่เหมาะกับน้องนักเรียนหรือผู้ที่สนใจให้ได้ทราบก่อนการตัดสินใจเช่ากลองชุด

วิธีการก็ให้เลือกประเภทของกลองที่จะเช่า ซึ่งโดยกลองกีฬาสี กิจกรรมสันทนาการ ทั่วไปนั้น เครื่องเคาะจังหวะที่ใช้หลักๆจะแบ่งออกเป็นให้เห็นกันโดยทั่วไปมีสองแบบคือ

เช่ากลองทอมบ้า คลิก

  • กลองทอมบ้านั้นเป็นกลองสำหรับในการเชียร์ สันทนาการ ทั่วไปอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นมือกลองก็สามารถร่วมกิจกรรมในการตีกลอง ได้แบบง่าย ตึกโป๊ะ ตึกๆ อะไรแบบนั้น ฮาาาา ได้เหมือนกัน

เช่ากลองชุดแบบห้าใบ คลิก

  • แตกต่างกับกลองทอมบ้า ได้แก่ จำนวนของกลองที่มีมากกว่า, มีหลายขนาด, และมีอุปกรณ์ทองเหลืองที่ให้เลือกใช้ในการตีถึง 3 แบบ ซึ่งกลองชุดแบบห้าชิ้นนี้เหมาะกับผู้ที่เล่นกลองเป็นหรือเคยผ่านการตีมาบ้าง

สรุป: ในส่วนที่สำคัญอย่าลืมต้องดูงบประมาณก่อนจะเช่า แน่นอนว่าการเช่ากลองคอมบ้าต้องค่าเช่าถูกกว่ากลองชุดอยู่แล้ว เพราะ มีจำนวนน้อยชิ้นกว่า เซ็ทอัพได้ง่ายกว่า รวดเร็วกว่า

สนใจเช่ากลองชุด กลองทอมบ้า

ราคาสุดคุ้ม คลิก

!! โปรแรงๆ เช่าสองวัน แถม 1 วัน

+639669069948

The post เช่ากลองทอมหรือชุดในงานกีฬาสี จะเลือกเช่ากลองแบบไหนดี ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
จะเลือกให้ผู้บริการ เช่าเครื่องเสียงงานแต่งไหนดี ? /soundsystem-wedding/ Tue, 02 Mar 2021 04:43:07 +0000 /?p=76045 ส่วนมากในหลายองค์ประกอบทุกอย่างได้เลือกมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น แต่งหน้า ทำผม ดอกไม้ แต่บางครั้งคู่รักลืมหรือมองผ่านเรื่องของเสียงไป

The post จะเลือกให้ผู้บริการ เช่าเครื่องเสียงงานแต่งไหนดี ? appeared first on THA STUDIO.

]]>

วันแต่งงานทุกคู่อยากให้ทุกสิ่งออกมาดีที่สุด ส่วนมากในหลายองค์ประกอบทุกอย่างได้เลือกมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น แต่งหน้า ทำผม ดอกไม้ และสถานที่ แต่บางครั้งคู่รักลืมหรือมองผ่านเรื่องของเสียงไป ทำให้งานขาดเสียงที่ดี และมีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรณีเช่าเครื่องเสียงราคาถูกที่ไม่ได้มาตราฐานทำให้คู่บ่าวสาวมีปัญหาหนักใจเพิ่มขึ้นอีก เช่น

  • เสียงประธานพูดไม่ได้ยิน
  • ไมค์หวีดหอน
  • เสียงข้างหน้าดังข้างหลังเบา
  • ไมค์ถามตอบเจ้าบ่าวสาวพิธีกรมีไม่ครบ

หรือแม้กระทั้งวงดนตรีที่เราเคยฟังว่าเล่นดี แต่เมื่อเราจ้างวงดนตรีมาเล่นในงานแล้วทำไมไม่ไพเราะเหมือนที่เล่นร้านเลย แล้วเราจะเลือกผู้ให้บริการเช่าเครื่องเสียง ที่ช่วยแก้ปัญหาหลักเรื่องไมค์และเสียงที่ต้องรองรับกับงานอย่างไรให้เหมาะสม วันนี้ THA STUDIO นำข้อควรรู้ในการจัดการปัญหาเครื่องเสียงในงานแต่งงานมาฝากกันครับ

1. ไมค์หอน

ท่านเคยสังเกตุหรือไม่ว่าจะไปงานไหน ก็มักจะได้ยินเสียงหวีด เสียงหอนของไมค์บ่อยครั้ง ปัญหานี้ส่วนมากเกิดจากผู้ให้บริการเช่าเครื่องเสียงบางท่านใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตราฐาน เช่น ลำโพง ไมค์ และ ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่มีความรู้ทางด้านเสียง (Sound Engineer) และไม่สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องไมค์หอนนั้นได้ ทำให้ผู้เข้าร่วมในงานนั้นต้องทนฟังเสียงวีดหอน และเสียงที่ออกมาฟังไม่รู้เรื่องอย่าน่าเบื่อหน่าย และปัญหาที่หนักกว่านั้นคือ หากผู้ฟังรับได้ยินเสียงหวีดหอนของไมค์เกินความดังมาตราฐานอาจจะเป็นภัยอันตรายต่อการได้ยินถึงขั้นอาจทำให้สูญเสียการได้ยินได้


2. ประธานพูดไม่ได้ยิน

การที่ไม่ได้ยินเสียงประธานในงานใดงานหนึ่งนั้นแย่มากเพราะประธานคือคนสำคัญที่จะคอยเปิดงาน หรือเป็นคนพูดอธิบายรายละเอียดจุดประสงค์ต่างๆ ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ฝ่ายได้แก่

  1. ประธานไม่ใช่มืออาชีพ ไม่ค่อยได้ขึ้นเวทีมีอาการพูดเบาจนเกินไปและไมค์โครโฟนห่างปาก การแก้ไขเบื้องต้นง่ายๆคือ คอยเตือนท่านก่อนขึ้นเวทีกำชับให้พูดใกล้ไมค์และผู้เสียงดังขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
  2. ผู้ให้บริการขาดความรู้เรื่องของเสียงไม่สามารถจัดการแก้ปรับหาได้ คำนวณลำโพงไม่สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมห้อง และจำนวนของผู้เข้าร่วมงาน (ผู้ให้บริการที่ดีควรสอบถามขนาดห้อง สภาพแวดล้อมหรือจำนวนคนเข้าร่วมงาน และให้คำปรึกษาท่านได้)

3. คนข้างหลังไม่ได้ยินเสียง และข้างหน้าเสียงดังไป

เป็นปัญหาโลกแตกของการทะเลอะกันของผู้จัดและผู้ให้บริการเช่าเครื่องเสียง ปัญหานี้ในส่วนแรกมาจาก

  •  ผู้จัดงานมีงบประมาณจำกัด ทำให้ต้องเช่าตามงบประมาณพอถึงเวลาจริง ลำโพงมีไม่เพียงพอและไม่ถูกกระจายออกไปยังจุดที่สมควรวาง ทำให้ต้องเพิ่มเสียงด้านหน้าเพื่อให้คนข้างหลังได้ แต่อย่าลืมนะคนที่มาร่วมงานที่นั่งหน้าส่วนใหญ่เป็นแขก VIP เขาจะทนความดังนั้นได้นานเหรอ? เมื่อทนไม่ได้ก็บอกผู้จัดงานให้ลดความดังเสียงลง ทำให้คนข้างหลังไม่ได้ยินดังเดิม
  • ปัญหาผู้ให้บริการให้เช่า ไม่มีความรู้ในการออกแบบระบบเครื่องเสียงและไม่มีการแนะนำผู้จัดงานที่ถูกต้อง เช่น ขนาดพื้นที่ บริเวณเสียงที่ต้องการให้ผู้ร่วมงานได้ยิน จำนวนผู้เข้าร่วมงาน

4. จะเช่าเครื่องเสียงชุดไหนดี

ผลมาจากข้อสาม แล้วเราจะออกแบบอย่างไรคำถามยอดฮิตของผู้เช่าหรือผู้จัดงาน ไม่ต้องกังวลไปเพียงแค่ท่านบอกจุดประสงค์ของการจัดงาน ขนาดพื้นฐาน ( กว้าง x ยาว ) สถานที่จัดงานในร่มหรือกลางแจ้ง จำนวนผู้เข้าร่วม หรือบริเวณที่ต้องการให้เสียงไปยังพื้นที่นั้น ผู้ให้บริการมืออาชีพจะแนะนำท่านได้


สรุป คือ เสียงไมค์หอนเกิดความถี่หรือคูสติคของห้องมีปัญหา ทั้งนี้จะมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่ และทีมงานสามารถจัดการกับความถี่ที่มีปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่ เพื่อให้เสียงออกมาดีที่สุด ต้องมีการออกแบบระบบเครื่องเสียงเพื่อให้รองรับการจำนวนคนเข้าร่วมงาน สภาพแวดล้อมห้อง และทีมงานต้องมมืออาชีพเพื่อการปรับแต่งพูดของประธานหรือแก้ปัญหาให้ได้

THA STUDIO ท่านมั่นใจได้ว่าหากท่านใช้บริการกับเรา ปัญหาไมค์หวีดหอนจะไม่มีหรือมีน้อยมาก ด้วยอุปกรณ์ของเรามีคุณภาพมาตราฐาน แบรนด์ชั้น พร้อมบุคคลากรเรามีความรู้และประสบการณ์ทางด้านเรื่องเสียง ทำให้ปัญหาเรื่องไมค์หอนเป็นศูนย์ หรือมีน้อยมาก (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมองค์ของห้องจัดงานนั้นๆว่ามีปัญหาเยอะหรือน้อย) ราคาเช่าเครื่องเสียง

วงดนตรีงานแต่ง

หากท่านไม่แน่ใจไม่รู้จะเลือก

ใช้เครื่องเสียงและวงดนตรีแบบไหน สามารถปรึกษาเราได้

+639669069948 คุณไอซ์ หรือ Line: @668djdvn

The post จะเลือกให้ผู้บริการ เช่าเครื่องเสียงงานแต่งไหนดี ? appeared first on THA STUDIO.

]]>
เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีองค์ประกอบอะไรบ้าง /theory-001-what-is-sound/ Sun, 28 Apr 2019 09:19:17 +0000 /?p=74636 เสียงเป็นประเภทคลื่นกล (Mechanical wave) เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุสั่นสะเทือน จะทําให้เกิดการอัดตัว และการขยายตัว

The post เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีองค์ประกอบอะไรบ้าง appeared first on THA STUDIO.

]]>

เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เสียงเป็นประเภทคลื่นกล (Mechanical wave) เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุสั่นสะเทือน จะทําให้เกิดการอัดตัว และการขยายตัวของคลื่นเสียง แล้วถูกส่งผ่านไปยังตัวกลางเช่น เสียงจากลำโพงผ่านอากาศแล้วไปยังหู (เสียงสามารถเดินทางผ่านสสารในสถานะก๊าซ ของเหลวและของแข็งก็ได้ แต่ไม่สามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้) เมื่อการสั่นสะเทือนนั้นมาถึงหู มันจะถูกแปลงเป็นพัลส์ประสาท ซึ่งจะถูกส่งไปยังสมองทําให้เรารับรู้และจําแนกเสียงต่างๆได้


เรื่องคลื่น: คลื่นคืออะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

คลื่นจำแนกโดยใช้ตัวกลางแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  • คลื่นกล (Mechanical wave) คือ คลื่นที่อาศัยตัวกลางในการถ่ายโอนพลังงาน หรือคลื่นที่ใช้ตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่น คลื่นผิวน้ำ คลื่นแผ่นดินไหว คลื่นในเส้นเชือก คลื่นในสปริง คลื่นเสียง
  • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic wave) คือ คลื่นที่ไม่อาศัยตัวกลางในการถ่ายโอนพลังงาน หรือคลื่นที่ไม่ใช้ตัวกลางในการเคลื่อนที่ ได้แก่ คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ รังสีอินฟราเรด แสงที่มองเห็น รังสีอัลตราไวโอเลต รังสีเอกซ์ รังสีแกมมา

คลื่นจำแนกตามลักษณะการสั่นของแหล่งกำเนิด แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  • คลื่นตามยาว (Longitudinal wave) คือ คลื่นที่เกิดจากอนุภาคของตัวกลาง เคลื่อนที่ไปมาในแนวเดียวกับแนวการเคลื่อนที่ของคลื่น เช่น คลื่นเสียง คลื่นในสปริง (แบบอัด-ขยาย) คลื่นแผ่นดินไหวแบบ P (P-wave)
  • คลื่นตามขวาง (Transverse wave) คือ คลื่นที่เกิดจากอนุภาคของตัวกลาง เคลื่อนที่ในแนวตั้งฉากกับแนวการเคลื่อนที่ของคลื่น เช่น คลื่นผิวน้ำ คลื่นในเส้นเชือก คลื่นในสปริง (แบบสบัดขึ้นลง) คลื่นแผ่นดินไหวแบบ S (S-wave) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

คลื่นจำแนกตามความต่อเนื่องของแหล่งกำเนิด และจำนวนครั้งที่เกิดแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

  • คลื่นดล (Pulse Wave) เป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดสั่น หรือการรบกวนตัวกลางเป็นช่วงเวลาสั่น ๆ ลักษณะการเกิดเพียงแค่ 1 หรือ 2คลื่น เท่านั้นที่แผ่ออกไป ตัวอย่างเช่น การโยนก้อนหินลงน้ำ
  • คลื่นต่อเนื่อง (Continuous Wave) เป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดสั่น หรือการรบกวนตัวกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดคลื่นแผ่ออกไปเป็นขบวนอย่างต่อเนื่อง เช่น คลื่นที่เกิดขึ้นในทะเล

สรุปคือ คลื่นเสียง(Sound wave) เป็นคลื่นที่อาศัยตัวกลางฉะนั้นจึงเป็น คลื่นกล (Mechanical wave) และมีลักษณะการสั่นแบบคลื่นตามยาว (Longitudinal wave) ความต่อเนื่องของคลื่นเป็นแบบ คลื่นดล (Pulse Wave)

คุณสมบัติที่ทำให้เกิดคลื่นเสียงมี 7 อย่างด้วยกันคือ

  1. แอมพลิจูด
  2. ความถี่
  3. เฟส
  4. ความเร็ว
  5. ความยาวคลื่น
  6. ฮาร์มอนิก
  7. เอ็นเวลอป

การเข้าใจคุณสมบัติพื้นฐานของเสียงทั้ง 7 อย่าง จะช่วยให้เราเข้าใจระบบการบันทึกเสียงและระบบเสียง PA มากขึ้น และก้าวมาเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ซึ่งทำหน้าที่มิกซ์เสียง และยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับเสียง สามารถอธิบายเรื่องของเสียงได้อย่างมีเหตุมีผลหมายเหตุ : อันที่จริงทุกท่านรู้จักและคุ้นเคยกับแอมพลิจูดและความถี่เสียงจากชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ถ้าท่านเคยปรับแต่งโทนเสียงของเครื่องเล่นสเตอริโอในบ้านหรือเครื่องขยายเสียงบนรถยนตร์ ผลลัพธ์ของเสียงที่เปลี่ยนไปล้วนเกี่ยวข้องกับแอมพลิจูดและความถี่เสียงทั้งสิ้น เช่น

  • การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความดังจะเกี่ยวกับเรื่องแอมพลิจูด
  • การปรับทุ้มแหลมเป็นเรื่องความถี่ หรือช่วงของย่านความถี่
  • คุณสมบัติทั้งหมด 7 อย่างจะอธิบายรายละเอียดอีกทีในบทถัดไป

The post เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีองค์ประกอบอะไรบ้าง appeared first on THA STUDIO.

]]>
สายสัญญาณเสียงBlanced-Unbalance /blanced-unbalanced/ Sun, 07 Apr 2019 06:31:48 +0000 /?p=73633 การทำงานเกี่ยวกับระบบเสียง เราจำเป็นที่จะต้องแยกประเภทของสายสัญญาณเสียงให้ได้ถูกต้อง ซึ่งประสบการณ์ส่วนตัว มีน้องๆหลายคนที่เข้ามา

The post สายสัญญาณเสียงBlanced-Unbalance appeared first on THA STUDIO.

]]>

ในการทำงานเกี่ยวกับระบบเสียง เราจำเป็นที่จะต้องแยกประเภทของสายสัญญาณเสียงให้ได้ถูกต้อง ซึ่งประสบการณ์ส่วนตัว มีน้องๆหลายคนที่เข้ามาทำงานกับผมแล้วไม่รู้จักประเภทของสายสัญญาณเสียงหรือมีความเข้าใจแบบผิดๆ เมื่อให้ไปหยิบก็หยิบผิดมั้งถูกมั้งตามแต่ที่น้องๆจะเข้าใจ

ปัจจุบันนั้นสายสัญญาณเสียงแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ สายสัญญาณเสียงแบบ Unbalance และ สายสัญญาณเสียงแบบ Balance (ซึ่งในหลายๆครั้งผมจะได้ยินหลายๆ ท่านบอกว่าอันนี้สาย Mono อันนั้นสาย Stereo ซึ่งในบทความนี้ ผมจะไม่เรียกแบบนั้น เพราะว่าผมให้คำนิยามของคำว่า Mono หรือ Stereo ใช้เป็นรูปแบบของการฟังเสียงมากกว่าครับ)

ซึ่งบทความนี้ตั้งใจอธิบายแบบเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับสายสัญญาณเสียงเพื่อที่จะสามารถนำความรู้ไปใช้งานได้จริง


สายสัญญาณเสียงประเภทแรก Unbalanced

สายสัญญาณ

เป็นการเชื่อมต่อของสายสัญญาณเสียงในยุคแรกๆ ซึ่งนิยมในหมู่ผู้ใช้เครื่องเสียงบ้าน โดยมีการใช้สายสัญญาณทั้งหมดสองเส้นเท่านั้นคือ ขั้วบวกและขั้วดิน ความแรงของสัญญาณ Unbalanced จะอยู่ที่ -10dBv สายสัญญาณประเภท Unbalanced ไม่เหมาะกับงานที่ต้องเดินสายยาวๆที่เกิน 3-4 เมตร เพราะจะทำให้สูญเสียสัญญาณ หรือเกิดอาการที่ทุกคนเรียกว่า “เสียงดร็อบ” นั้นเอง ซึ่งอาการเสียงดร็อบเหล่านี้เกิดความต้านทาน (Impedanced) ของสายสัญญาณ

สรุปคือ สายยาวมากความต้านทานก็จะยิ่งสูงนั้นเอง

หัวแจ็คที่ใช้กับสายสัญญาณ Unbalanced จะมีหลักๆด้วยกัน 2 แบบคือ

ภาพด้านขวา

  • รูปที่ 1.Phone Jack 1/4” (TS)
  • รูปที่ 2 และ
  • รูปที่3. RCA Jack

ประเภท

  • Phone Jack หรือ 1/4″ เรียกว่า TS
  • RCA หรือ พระราม 9 นี่เอง ฮาาาาาา

ยกตัวอย่าง

อุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ใช้ สัญญาณเสียงแบบ Unbalanced หัวแจ็คแบบ Phone 1/4”(TS) ได้แก่ กีต้าร์, เบส, คีย์บอร์ด, เอฟเฟคบางประเภท เป็นต้น

อุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ใช้ สัญญาณเสียงแบบ Unbalanced หัวแจ็คแบบ RCA ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง, อุปกณ์เครื่องเสียง เป็นต้น

สายสัญญาณเสียงประเภทที่สอง Balanced

มีการใช้สายสัญญาณทั้งหมดถึงสามเส้นด้วยกัน ได้แก่ ขั้วบวก ขั้วลบ และขั้วดิน ความแรงของสัญญาณ Balance จะอยู่ที่ +4dBv จะสังเหตุเห็นว่าความแรงของสัญญาณสูงกว่าสายสัญญาณประเภท Unbalance มาก เป็นผลทำให้ ได้กระแสสัญญาณในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราใช้สายสัญญาณในระยะทางที่เพิ่มขึ้นได้ “โดยลดการสูญเสียสัญญาณที่มาจากความต้านทาน (Impedanced) ที่อยู่ในเครื่องมือหรือสายสัญญาณลงไปได้มาก” ความยาวของสายและคุณภาพของสายจะให้ผลที่ตามมาคือ คุณภาพเสียงที่ชัดเจน เสียงรบกวนต่างๆตํ่าลง มีมิติชัดเจน แม่นยำขึ้น ย่านความถี่สมบูรณ์มากขึ้น

สรุป: ด้วยคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ ส่งผลให้การทำงานของระบบเสียง PA ที่มีการใช้สายสัญญาณที่ยาวหลายสิบเมตร และต้องมีการเชื่อมต่อผ่านเครื่องมือจำนวนมากนั้น สามารถลดปัญหาในเรื่องของความต้านทาน (Impedanced) ออกไปได้เป็นอย่างดี

Block "75299" not found

หัวแจ็คที่ใช้กับสายสัญญาณ Balance ก็จะมีหลักๆ ด้วยกัน 3 แบบคือ

หัวแจ็ค
จากรูปภาพ
  • รูปที่ 1.Phone Jack 1/4” TRS
  • รูปที่ 2. XRL
  • รูปที่ 3. Phone Jack 3.5mm
  1. Phone Jack หรือ 1/4″ เรียกว่า TRS
  2. Phone Jack 3.5 mm
  3. Jack แบบ XLR

ยกตัวอย่าง

  • อุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ใช้ สัญญาณเสียงแบบ Balanced หัวแจ็คแบบ Phone 1/4”(TRS) ได้แก่ มิกซ์เซอร์ เอฟเฟคบางประเภท, อุปกรณ์เครื่องเสียง เป็นต้น
  • อุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ใช้ สัญญาณเสียงแบบ Balanced หัวแจ็คแบบ Phone Jack 3.5 mm ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง, อุปกรณ์เครื่องเสียง เป็นต้น
  • อุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ใช้ สัญญาณเสียงแบบ Balanced หัวแจ็คแบบ XLR ได้แก่ ไมค์ร้อง, มิกซ์เซอร์, เอฟเฟคบางประเภท, อุปกรณ์เครื่องเสียง เป็นต้น

คำถามยอดฮิต

  • Q. สายสัญญาณเสียงแบบ Balanced ทำไมหัวแต่ละฝั่งไม่เหมือนกัน?
  • A. บางทีอุปกรณ์แจ็คนั้นคนละแบบกัน ดังในรูปด้านล่างจะถูกเรียกว่า สายวาย คือ ด้านหนึ่งเป็น หัวแบบ Balanced ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็น หัวแบบ Unbalanced  2 หัว
สายสัญญาณ

ประเภท

  1. เป็นหัว Phone 1/4”(TRS) อีกฝั่งเป็น XLR สายสัญญาณเป็นแบบ Balanced
  2. เป็นหัว Phone Jack 3.5 mm อีกฝั่งเป็น RCA (สองหัว) สายสัญญาณเป็นแบบ Balanced
  3. เป็นหัว Phone 1/4”(TS) (สองหัว) อีกฝั่งเป็น XLR สายสัญญาณเป็นแบบ Balanced

ตัวอย่างไดอะแกรมการเชื่อมสายสัญญาณกับหัวแจ็ค

อ้างอิงรูปภาพมาจาก https://www.rane.com/note110.html

หัวแจ็คประเภทต่างๆ

จากภาพ
  1. Phone TS ตัวเมีย
  2. Phone TS ตัวผู้
  3. XLR ตัวเมีย
  4. XLR ตัวผู้
  • Q. ทำไม หัวแจ็คมีสองเพศ คือตัวผู้และตัว ใช่ไหม?
  • A. ใช่ครับเพราะหัวแจ็คมีสองแบบคือ ด้านฝั่งตัวผู้และฝั่งตัวเมีย ไม่ว่าจะเป็น XLR TRS RCA และอื่นๆ วิธีการดูว่าเป็นเพศไหนก็คือ ตัวผู้จะมีที่เสียบ ส่วนตัวเมียนั้นมีรูไว้เสียบครับ แหะๆ

เราพูดถึงคนที่ทำงานกับเรื่องเสียงไปแล้ว มาพูดถึงนักตรีกันบ้าง
คำถามคือนักดนตรีจำเป็นต้องรู้เรื่องสายสัญญาณไหม?

     การทำงานระหว่างนักดนตรีกับผู้ให้บริการให้เช่าเครื่องเสียงและซาวด์เอ็นจิเนีย์ ในหลายๆครั้งมีการกระทบกระทั้งกันบ่อย เนื่องจากความเข้าใจผิด จากการขอสายสัญญาณเพราะไม่ทราบว่าสายสัญญาณที่ตัวเองต้องใช้คืออะไร และหัวแจ็คและประเภทสายเป็นแบบไหน นักดนตรีส่วนหนึ่งมักจะใช้ความเคยชินเป็นหลักในการต่อสายสัญญาณเป็นหลัก เช่น ฉันเคยใช้สายแบบ unbalance หัวแจ็คแบบนี้ Phone TS ฉันก็จะใช้แบบนี้ ถ้านอกเหนือจากนี้หรือเป็นสิ่งแปลกใหม่ฉันไม่ใช้เพราะกลัวว่าเสียงจะไม่ดี ซึ่งในความเป็นจริงนั้นอาจจะไม่ใช่เพราะบางทีอุปกรณ์นั้นมีช่องทางออกของเสียงที่ดีกว่า เช่น มีช่องเสียบสายสัญญาณ Balance หัวแบบ XLR ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า แจ็ค Phone แบบ Unbalanced  เป็นต้น

The post สายสัญญาณเสียงBlanced-Unbalance appeared first on THA STUDIO.

]]>